เปิดไฟทิ้งไว้…รถแบตหมดทำไงดี?

ปัญหาสุดหนักใจของการใช้รถ ที่เกิดขึ้นได้ทั้งมือใหม่ มือเก่า มือเก๋า และมือสมัครเล่นก็คือ การเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่รู้ตัว จน รถแบตหมด นั่นเอง ซึ่งปัญหานี้นี่เกิดขึ้นบ่อยมากกกก แทบจะทุกบ้านที่มีรถเลยล่ะ ซึ่งถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ ๆ เดี๋ยวนี้เค้าก็จะมีสัญญาณเตือนเวลาดับเครื่องแล้วเปิดไฟทิ้งไว้ ให้เรารู้ตัวแล้วหันกลับมาปิดได้ทันที แต่กับรุ่นที่ไม่มีสัญญาณเตือนนี่ พอพลาดมาที รถแบตหมด รถสตาร์ทไม่ติด ก็จบกัน

เชื่อเถอะว่าปัญหาแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนแหละ ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา รถแบตหมด รถสตาร์ทไม่ติด เพราะเรื่องนี้กันซะตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า จะได้เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ทันยังไงล่ะ

จะรู้ได้ไงว่า รถแบตหมด?

เราจะรู้ได้ยังไงว่ารถแบตหมด? ก็รู้ได้จากตอนที่รถสตาร์ทไม่ติด แถมมีสวิตช์ไฟเปิดคาไว้อยู่ไงล่ะ บางทีแบตเตอรี่อาจจะยังไม่หมดดี ก็จะมีสัญญาณอื่น ๆ เตือนออกมาให้เราได้เห็นกัน เช่น สตาร์ทติดยาก ไฟหน้าไม่สว่างเหมือนเดิม กระจกไฟฟ้าทำงานช้าลง ระบบไฟในรถทำงานติด ๆ ดับ ๆ อะไรพวกนี้

ปลุกเสกแบตเตอรี่ให้กลับมาดีเหมือนเดิม

สำหรับคนที่โชคร้าย กว่าจะรู้ตัวก็แบตหมดไปซะแล้ว เราก็มีวิธีการชุบชีวิตแบตเตอรี่ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งมาฝาก ขอแค่ทำตามขั้นตอนนี้ ต่อให้เป็นมือใหม่ขนาดไหนก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่นอน ไม่เชื่อลองทำตามไปพร้อม ๆ กันได้เลย

  • 1. เตรียมสายพ่วงแบตเตอรี่ให้พร้อม ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็หาซื้อได้ไม่ยาก ทั้งโลตัส บิ๊กซี มีให้เห็นกันเต็มไปหมด ราคาก็ไล่ไปเลยตั้งแต่ 300-1,000 บาท แล้วแต่ว่าเราจะเอาคุณภาพขนาดไหน ซื้อติดรถไว้ อุ่นใจกว่ากันเยอะ
  • 2. หลังจากหาสายพ่วงได้แล้วก็ต้องมีรถยนต์อีกคันที่จะให้เราพ่วงไฟ เมื่อหาได้ก็ทำการดับเครื่องของทั้ง 2 คันซะ
  • 3. มาถึงวิธีการพ่วงกันบ้าง ซึ่งที่แบตแต่ละตัวจะมีขั้ว + กับ ขั้ว – อยู่ ให้เราหนีบสายพ่วงขั้ว + สองด้านเข้ากับรถทั้งสองคัน และหนีบสายพ่วงขั้ว – เข้ากับรถที่แบตเตอรี่เต็ม ส่วน รถแบตหมด หรือ รถสตาร์ทไม่ติด อีกคันที่เหลืออยู่ก็ให้เราเอาขั้ว – อีกด้านหนีบเข้ากับตัวถังได้เลย
  • 4. เมื่อเสร็จสิ้นทุกกระบวนการก็ให้เราสตาร์ทรถคันที่แบตเต็มทิ้งไว้สัก 3-5 นาที เป็นการชาร์จไฟเข้าสู่คันที่แบตหมด ซึ่งเมื่อทำได้ครบตามนี้แล้วก็ให้ลองสตาร์ทดูอีกรอบได้เลย รับรองติดในฉึ่งเดียวแน่นอน!

แต่การสตาร์ทติดก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจบนะครับ ให้เราสตาร์ททิ้งไว้แบบนั้นสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้แบตเต็มซะก่อน จะได้ดับเครื่องได้อย่างสบายใจ ซึ่งทางที่ดีก่อนลงจากรถทุกครั้ง ให้เช็คดูอีกทีว่าเราลืมปิดไฟตรงไหนรึเปล่า จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาไปกับอะไรแบบนี้ทีหลังนั่นเอง